ตัวตายตัวแทน [ 3 ]
posted on 30 Mar 2008 19:56 by zosazist in FictionTitle :: Coppy ตัวตายตัวแทน : part 3 ::
Author : ZosazisT
Category : Drama&Romantic
Pairing : YunHo & JaeJoong , Yoochon & Junsu , Changmin
ต้นไม้มากมายถูกบรรจงปลูกขึ้นมาตามแนวสันพื้นหญ้าข้างถนน ใบไม้สีเขียวขจีผลัดใบร่วงโรยตามแรงลมลู่ลงพื้นดินอย่างไร้เสียง สรรพสัตว์ตัวน้อย ๆ ต่างสร้างเสกบ้านหลังน้อย ๆ ของตนตามวิถีชีวิตของมัน นกตัวน้อย ๆ บินไปมาระหว่างรังของตนกับยอดไม้ที่เหลือแต่เศษใบแห้งเหี่ยว ตะงอยปากเล็ก ๆ ของมัน คาบเศษใบไม้แห้ง ๆ บินกลับรัง พลางปล่อยเศษไม้นั้นลงบนรังอย่างเพิ่มขนาด มันทำอย่างนี้ไปมาหลายครั้งหลายหน จนบ้านของมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังแข็งแรงพอสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ อีกด้วย เสียงล้อรถจักรยานเสียดสีไปมาบนพื้นถนน ทั้งเสียงโซ่ดัง ‘ แครก ‘ ไปมาเมื่อถูกใช้งาน เสียงพูดคุย ดังมาตลอดเส้นทางของคนทั้งคู่ทำเอาบรรดานกที่เร่งสร้างบ้านของตนหลบเข้าพุ่มใบไม้อย่างอำพรางตัว
“ จุนซูเป็นเพื่อนกับยุนโฮมาตั้งหลายปี เขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของผมที่ผมมีมา ยุนโฮเป็นเพื่อนที่ดีนะฮะ ถึงแม้ว่าจะชอบทำเป็นเก๊กก็เหอะ เวลาจุนซูเดือดร้อน ก็ได้เขานี่แหละ คอยช่วยเหลือมาตลอด ปากก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ก็แอบไปหาทางช่วยให้ตลอดทุกครั้ง นี่สินะฮะที่เขาเรียกกันว่าเพื่อนน่ะ “
“ ... “
“ แต่ครั้งนี้ จุนซูไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนเพียงคนเดียวของจุนซูยังไงดี ทุกอย่างมันน่ากลัวไปหมด ทั้งหม่ามี๊แจจุง ทั้งยุนโฮ จุนซูเข้าหน้าใครไม่ติดเลยจริง ๆ “ เสียงหวานติดแตกหนุ่มเงียบลงพร้อม ๆ กับที่ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง มือเล็กผละออกจากที่จับท้ายรถจักรยาน ก่อนจะสอดแขนไปด้านหน้าคล้องเอวหนาของร่างสูงไว้ ร่างเล็กหลับตาลงอย่างต้องการพักสายตา ทิ้งทุกอย่างรอบตัวไปสักพัก ปลดปล่อยจิตใจให้ว่างเปล่าไปกับสายลม
“ จุนซูครับ ถึงพี่จะไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรมากมาย พี่เองก็พบเจอกับปัญหามามากมาย ทั้งหนักทั้งเบา แต่พี่เองก็สามารถผ่านพ้นไปได้ทุกครั้ง ขอแค่เรามีกำลังใจที่จะสู้ ไม่ท้อถอย ไม่ยอมแพ้ อย่าไปบีบเร่งรัดรีบร้อนให้ทุกอย่างมันแย่ไปยิ่งกว่าเดิม ค่อยเป็นค่อยไปนะครับ พี่เชื่อ ว่าจุนซูสามารถผ่านพ้นมันไปได้ พี่เชื่ออย่างนั้นจริง ๆ นะครับ “ ยูชอนกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาพอให้คนด้านหลังได้ยิน แรงกดทับที่เพิ่มขึ้นจากทางด้านหลัง ก็พอจะทำให้รู้ว่าคนด้านหลังคงปล่อยใจไปไกลแล้วจริง ๆ คงไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสินะ คุณจุนซู ยูชอนยังคงปั่นจักรยานต่อไปเรื่อย ๆ ตามทางที่เคยไปส่งคนด้านหลัง
ไม่นานยูชอนก็พาจุนซูมาส่งถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย มือหนาตบลงเบา ๆ ที่ท่อนแขนของร่างเล็ก หัวยุ่ง ๆ สะดุ้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแบบคนพึ่งตื่นนอน มือเล็ก ๆ ยกขึ้นปิดปากหาวอย่างไม่เกรงใจสายตาคนมอง ร่างเล็กเตรียมจะก้าวขาเข้าบ้านแต่ก็ต้องชะงักหันมามองคนด้านหลัง
“ เข้ามาก่อนไหมล่ะ ? “
.
.
.
.
.
‘ คิมแจจุงเป็นโรคที่ผู้คนหวาดกลัว โรคที่แจจุงเป็น เป็นโรคที่เจ้าตัวเองก็จะไม่สามารถบังคับตัวเองได้ แต่ก็จะเกิดเป็นเพียงแค่บางครั้ง อย่างกรณีที่ยุนโฮเจอมา นั่นก็เป็นอาการของโรคชนิดนี้ คือจะพยายามทำร้ายตัวเอง หรือบางครั้งอาจจะถึงกับพยายามทำร้ายคนใกล้ตัว หากไม่สามารถหยุดอาการนี้ได้ คนไข้เองก็สามารถที่จะลงมือฆ่าคนเลยก็ได้ แต่อาการที่แม่ของยุนเป็น ก็คล้ายกับอาการของคนเป็นบ้า ตลอดมาอาเองก็พยายามรักษามาตลอด แต่พยายามอย่างไรอาก็ทำได้เพียงแค่ช่วยให้อาการมันเกิดขึ้นได้ยากขึ้นเท่านั้น นานแล้วนะที่แจจุงไม่เกิดอาการนี้ให้เห็น ก็ตั้งแต่มียุนโฮเข้ามานี่แหละ แต่เพราะอะไรอาการมันถึงกลับมาอีกครั้ง อาก็ต้องตรวจดูให้ละเอียดอีกครั้ง แต่ถ้าให้อาสันนิษฐาน อาว่าอาการแบบนี้อาจเป็นการพัฒนาของโรคชนิดนี้ อาพยายามจะให้แจจุงเขาได้รับการรักษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่แจจุงเขาปฏิเสธ เป็นเพราะอะไร อาว่ายุนคงรู้ดีนะ ’
‘ ต่อจากนี้ ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของยุนโฮแล้วล่ะ แต่อาของบอกไว้อย่างนะ ว่าทุกวันนี้ที่แม่ของยุนยังทนอยู่ได้ นั่นก็เพราะยุนคือเหตุผล ’
‘ เพราะยุนโฮคือชีวิตของคิมแจจุง ’ ชางมินเล่าเรื่องทุกอย่างให้กับยุนโฮฟัง แม้ว่าจะให้สัญญาไว้กับแจจุง แต่หากปิดบังเรื่องราวนี้ไว้ แจจุงเองจะต้องกลัวกับการสูญเสียไปตลอดชีวิตเลยรึยังไงกันล่ะ สู้บอกให้รู้แล้วรู้กันไปเลยไม่ดีกว่าหรอ ชางมินคิดก่อนจะเดินออกจากห้อง ทิ้งเด็กชายให้จมกับปัญหาใหญ่ที่ต้องตัดสิน...เพียงลำพัง
‘ คิมยุนโฮคนนี้ใช่ไหมฮะที่คือชีวิตของคิมแจจุง ไม่ใช่เขาคนนั้น ชองยุนโฮ ? ’ คำถามสุดท้ายถูกถามออกมาทันทีกับที่เสียงประตูถูกปิดลง พร้อมกับความลับที่ยังคงถูกเก็บไว้ในอดีตอีกครั้ง
จะเลือกสิ่งใดกันแน่ คิมยุนโฮ
‘ จากไปงั้นหรือ ? ’ ทั้งที่รัก ทั้งที่เฝ้ารอ ทั้งที่ยอมถูกขีดเส้นชีวิตมาโดยตลอด แต่ก็รับไว้ด้วยหัวใจอย่างเต็มใจไม่ใช่หรอ ทนได้งั้นหรือ หากต้องจากลากันไปจริง ๆ ทำไมถึงต้องทิ้งให้คนที่เรารักอยู่เพียงลำพัง ต่อสู่กับชีวิตที่เหลืออย่างโดดเดี่ยว แล้วแจจุงจะอยู่ได้รึเปล่า หากขาดยุนโฮคนนี้
หม่ามี๊จะอยู่ได้ไหมฮะ หากไม่มีลูกอย่างยุนโฮอยู่เคียงข้าง
.
.
.
.
.
หลังจากที่เจ้าของบ้าน คิมจุนซู ชวนยูชอนให้เข้ามาภายในบ้าน ก็ทำเอาชายหนุ่มเองทำอะไรไม่ถูกตั้งแต่ก้าวข้ามประตูเข้ามาภายในแล้ว ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับบ้านหลังนี้โดยเฉพาะโดยเน้นไปทางแนวร่วมสมัยที่ไม่ว่ากี่ปีก็ยากที่จะตกรุ่น ถึงแม้ว่าบ้านจะไม่ใหญ่โตมากเท่าบ้านหลังตรงข้าม แต่ก็ถือว่าใหญ่พอตัวสำหรับการอยู่คนเดียว จุนซูเดินขึ้นไปด้านบน เรียกสายตาคมของชายหนุ่มให้แหงนตามองตามเด็กหนุ่มขึ้นไป เสียงประตูห้องที่จุนซูเข้าไปปิดลง ยูชอนผละสายตาจากร่างเล็ก ก่อนจะเดินไปสำรวจรอบ ๆ ตัวบ้านอย่างถือวิสาสะ
กลางบ้านถูกตกแต่งคล้ายสวนเล็ก ๆ ที่มีสระน้ำพอให้ว่ายบันเทิงอารมณ์ชั่วคราว ด้านบนโล่งโปร่งแสงมีเพียงกระจกใสปิดกั้นไม่ให้แรงฝนแรงลมพัดเทลงมาด้านล่าง พื้นไม้ระแนงที่ถูกวางพาดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามขอบแนวริมสระเลยกินเข้ามาราว ๆ ประมาณสองเมตรเห็นจะได้ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่หรูหราเกินจำเป็น ชายหนุ่มลากขายาว ๆ ที่เดินไปทั่วบ้านมาหยุดนั่งลงที่ข้าง ๆ สระน้ำ บนเก้าอี้ไม้ที่เหมือนจะถูกนำมาวางเพื่อให้เข้าชุดในบริเวณนี้ หลังจากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มก็ลงมาด้านล่างด้วยชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อยืดคอวีสีอ่อน ๆ กับกางเกงขาสั้นที่เอาไว้ใส่เวลาอยู่บ้าน จุนซุเดินมาหยุดนั่งริมขอบสระด้านข้างยูชอน แต่ผิดที่ขาสั้น ๆ นั้นหย่อนลงไปในสระน้ำเล็ก ๆ แต่ตัวยังคงนั่งอยู่บนขอบสระ
“ แปลกใจรึเปล่าฮะ ว่าทำไมจุนซูถึงมาอยู่ที่บ้านหลังนี้คนเดียว “ จุนซูพูดโดยที่ยังไม่มองหน้าชายหนุ่มแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าร่างเล็กนั่งด้านล่าง ชายหนุ่มเองก็ลงมานั่งข้าง ๆ เด็กหนุ่มแทน
“ ไม่แปลกอ่ะ “ ยูชอนตอบหวังจะให้ร่างเล็กมีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเมื่อเช้า แต่กลับทำเอาจุนซูเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้แทน
“ ทำไม ? คิดว่าบ้านผมรวยถึงขนาดสร้างบ้านให้ผมอยู่คนเดียวเลยรึไง “ จุนซูพูดอย่างประชดชายหนุ่ม แต่หากทำความเข้าใจในน้ำเสียงนั้นอีกสักหน่อย คงจะรู้ว่าในน้ำเสียงนั้นแฝงความเศร้าใจไว้เพียงใด
“ แม่ตาย พ่อแต่งงานใหม่ ถูกไล่ให้มาอยู่คนเดียว ถูกตัดขาดกับบ้านหลังใหญ่ ที่ได้ก็มีแค่เงิน กับนามสกุล “ ทั้ง ๆ เป็นเรื่องที่สมควรจะร้องไห้ แต่จุนซูก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้ไปเพื่อใคร นอกจากนึกสมเพชตัวเอง เพียงแค่คำพูดไม่กี่กำของเด็กหนุ่ม กลับทำเอายูชอนเองรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ สีหน้าของร่างเล็กดูหมองลงนิด ๆ เหมือนพยายามกลั้นความขมขื่นที่ต้องแบกรับไว้เพียงลำพัง รอยยิ้มที่ดูยังไงก็คงเป็นการฝืนออกมา ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกสงสารจับใจ
“ ก็มีแต่ยุนโฮนี่แหละ ที่คอยอยู่เคียงข้าง ไม่งั้นก็คงต้องโดดเดี่ยวอยู่อย่างนี้ไปจนตายล่ะมั้ง “ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นมาจากริมฝีปากอิ่ม น้ำใส ๆ รื้อขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อนึกถึงความอ้างว้างที่ได้รับมาตลอด ก่อนจะไหลออกมาเป็นทางเมื่อยูชอนพูดอะไรขึ้นมา
“ ให้พี่อยู่ข้าง ๆ ไหม ถึงจะเป็นยาม แต่ยามคนนี้ก็ช่วยคลายเหงาได้นะครับ “ มือหนาเอื้อมไปแตะเบา ๆ ที่ไหล่เล็ก อย่างให้กำลังใจ ร่างเล็กโผเข้าหาร่างหนาอย่างต้องการที่พึ่งพิง ลำแขนเล็ก ๆ โอบกอดเอวหนาไว้อย่างแรงพลางปล่อยสะอื้นลงกับเสื้อของชายหนุ่ม ยูชอนยกแขนของตนโอบกอดร่างเล็กอย่างเก้ ๆ กัง ๆ สุดท้ายก็กลายเป็นว่าจุนซูไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว
ผ่านไปหลายนาทีกว่าตัวเล็กจะยอมหยุดสะอื้น มือหนาลูบเรือนผมบนหัวกลมเล็กอย่างเบามือ จุนซูผละออกจากร่างหนา พลางก้มหน้างุดไม่ยอมมองหน้าชายหนุ่ม ทำเอายูชอนเองนึกสงสัย ก่อนจะก้มมองใกล้ ๆ แต่ก็ยังไม่เห็น นิ้วเรียวเกลี่ยผมที่ปกข้างแก้มขึ้นทัดหูก็พบว่าแก้มที่เคยขาวกลับแดงจัดคล้ายลูกเชอร์รี่สุก จุนซูลุกขึ้นเดินหนี แต่ก็ยังช้ากว่ามือหนาที่คว้าข้อมือบางไว้ได้ทัน
“ เดินหนีพี่ทำไมอ่ะ โกรธอะไรพี่หรอครับ “ ยูชอนถามอย่างสงสัย แต่ตัวเล็กก็ยังไม่มีทีท่าจะยอมปริปาก ได้แต่พยายามแกะมือหนาให้ปล่อยออกจากการเกาะกุม ยิ่งเห็นปฏิกิริยาที่แปลกไปก็ยิ่งทำให้ยูชอนรู้สึกแปลก ๆ แทนที่จะปล่อยข้อมือบางกลับรัดแน่นมากขึ้นเสียจุนซูต้องเผลอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บ
เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร มือเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ถูกยึดก็ได้ทีผลักอกแกร่งอย่างแรงจนร่างสูงเซตกลงสระน้ำอย่างตกใจ แต่จุนซูเองก็คงจะลืมไปเหมือนกันว่า มืออีกข้างของตนก็ยังคงถูกมือใหญ่ ๆ จับไว้เช่นกัน จึงเป็นอันว่า ร่างบางถูกแรงจากคนถูกผลักตกน้ำทำให้ตกลงไปด้วยกันทั้งคู่
‘ ตูม ’ ฟองน้ำกระเด็นกระดอนขึ้นมาตามไม้ระแนงริมขอบสระ น้ำที่ปริ่มอยู่ในตอนแรกล้นปรี่ออกมา ไม่นานทั้งสองก็โผล่ขึ้นมาจากใต้สระ ปากเล็ก ๆ อ้าขึ้นหอบอย่างกระหายในอากาศ เหมือนคนข้างกายที่เปิดปากรับอากาศเข้าปอดไปเต็ม ๆ
“ ผลักพี่ทำไมเนี่ย !! “ ยูชอนพูดกับจุนซูอย่างหัวเสีย เมื่อชุดฟอร์มทำงานของตนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ อย่างนี้จะไปทำงานได้อย่างไงกัน
“ แล้วพี่ยูชอนมาจับมือผมไว้ทำไมล่ะ ก็ผมเจ็บนี่ !! “ ทั้งที่พูดออกไปอย่างนั้น แต่สายตาก็ยังไม่หันไปมองคนที่พูดด้วยเลยสักนิด แต่กลับกำลังมองรอบข้อมือของตนที่แดงก่ำเป็นรอยนิ้วมือ พลางจับอย่างเจ็บ ๆ มือหนาคว้าข้อมือบางไปดูอย่างเบามือ ก่อนจะแสดงสีหน้าขอโทษ
“ พี่ขอโทษ เจ็บมากไหมครับ “ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ถูกถ่ายทอดออกมา ทำเอาจุนซูรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว แต่กลับต้องร้อนยิ่งกว่าเดิมเมื่อใบหน้าของชายหนุ่มเลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนจะเป่าเบา ๆ บริเวณข้อมือเล็กนั้น จุนซูนิ่งอึ้งไม่คาดคิดว่าจะได้รับการกระทำอันแสนจะอ่อนโยนจากชายผู้นี้ เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าร่างเล็กนิ่งไปก็เหลือบสายตาขึ้นมอง ก็พบว่าดวงตาเล็ก ๆ คู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่ตนอยู่พอดี ริมฝีปากหนากดประทับลงบนรอยแดงรอยหนึ่งอย่างแผ่วเบา พลางชำเลืองมองดูปฏิกิริยาของเด็กหนุ่ม จุนซูรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้นมาทันทีเมื่อริมฝีปากหนาได้สัมผัสกับข้อมือของตน ร่างบางผละออกห่างจากร่างหนา เตรียมจะขึ้นจากสระ แต่ทันทีที่มือจับกับราวบันไดก็รู้สึกเจ็บแปลบจนต้องปล่อยมือทำให้ร่างเล็กหงายหลังลงน้ำอีกครั้ง
“ จุนซู !! “
.
.
.
.
.
“ อ้ะ !! นี่ผ้าเช็ดตัว อาบห้องข้าง ๆ ไปก่อนละกัน “ ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ถูกส่งให้ชายหนุ่มที่ยืนตัวเปียกอยู่หน้าห้องนอนเด็กหนุ่ม ยูชอนรับมาอย่างยิ้ม ๆ ผิดกับจุนซูที่ปิดประตูใส่หน้าไล่เสียงดัง ชายหนุ่มเดินไปห้องข้าง ๆ ตามที่เจ้าของบ้านว่า พลางพาดผ้าผืนโตไว้บนบ่ากว้างอย่างอารมณ์ดี
‘ หลงเด็กคนนี้เข้าแล้วสิไอ้ปาร์ค ’ ปาร์คยูชอนคิดอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องข้าง ๆ แทน
ผ่านไปหลายชั่วโมงหลังจากที่ยูชอนอาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มเลยออกมายืนรออยู่ตรงราวบันไดหน้าห้องเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนข้างในจะออกมาเสียที ความกังวลบวกกับความสงสัยทำเอาชายหนุ่มใจกล้าที่จะลองเปิดประตูเข้าไปดู แต่เพื่อความมั่นใจ ยูชอนเองเลยลองเรียกจุนซุหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงแว่วตอบกลับมา คำถามครั้งสุดท้ายถูกส่งไปยังคนด้านใน แต่ทุกอย่างก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ความเป็นห่วงร่างเล็กเกาะกุมจิตใจชายหนุ่มอย่างยิ่ง มือหนาผลักประตูบานหนักอย่างช้า ๆ พอให้สายตาคู่คมสามารถมองรอดผ่านเข้าไปสำรวจได้ สายตาคมสอดส่ายหาร่างบาง กลับไม่เห็น ร่างหนาเลยถือโอกาสแทรกตัวผ่านบานประตูแคบ ๆ อย่างไม่มีเสียง แต่ทันทีที่ได้มาหยุดอยู่ด้านใน กลับทำเอาหัวใจแทบจะหยุดเต้น
เด็กหนุ่มยังคงอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีครีมนวลคล้ายไส้ขนมหวานที่วางขายเกลื่อนตามท้องถนน เสื้อคลุมตัวใหญ่ลู่ลงจนไหล่ตก กับผ้าคาดเอวเส้นเล็ก ๆ ที่ผูกเกี่ยวไว้อย่างปิดกั้นบังสายตาคนมอง ลำคอขาวที่โผล่พ้นขอบปกเสื้อทำเอาคนแอบมองต้องแอบกลืนน้ำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือเล็ก ๆ ยังคงทำหน้าที่ต่อไป ผ้าเช็ดหัวเล็ก ๆ ถูกขยี้ลงบนหัวกลม ๆ อย่างเบามือ น้ำเม็ดเล็ก ๆ ตามเส้นผมแตกกระจายไปทั่วบริเวณ น้ำใส ๆ ไหลลงตามไรผมที่แนบติดผิวเนียน เรื่อย ๆ จนหายลับเข้าไปภายใต้สาบเสื้อหนา
‘ เช็ดแบบนั้นเมื่อไรจะแห้งล่ะ ’ ยูชอนเผลอคิดเมื่อเห็นกิริยาของคนที่แอบมอง ขายาว ๆ ก้าวเข้าไปหาคนตัวเล็กอย่างไม่สามารถบังคับตัวเองได้
..... ก็ใจมันพาไป ใครจะห้ามไหว .....
มือใหญ่คว้าผ้าผืนเล็กมาถือไว้ซะเอง ก่อนจะขยี้ลงบนหัวเล็ก ๆ อย่างแรง พลางหัวเราะอย่างชอบใจ จุนซูร้องออกมาอย่างตกใจทั้งกับการกระทำอันรุนแรง ทั้งตกใจที่มีคนเข้ามาถึงในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวของเขาได้ มือเล็ก ๆ พยายามปัดน้ำใจที่ร่างสูงมอบให้ ยูชอนเช็ดหัวตามแบบที่ทำให้ตัวเองเป็นประจำให้เด็กหนุ่มจนหัวกลม ๆ นั้นโยกไปตามแรงที่ถูกส่ง เมื่อเห็นว่าเส้นผมเริ่มจะคลายตัวจากกันแล้ว ผ้าผืนเล็กจึงถูกส่งคืนให้เจ้าของเหมือนเดิม
“ เข้ามาทำไมเนี่ย !!! “ เสียงแตกหนุ่มติดหวานตะคอกใส่หน้าคนที่กำลังหัวเราะให้เงียบลงฉับพลัน ยูชอนตีหน้าขรึมอย่างพยายามปกปิดความอายที่เข้าห้องคนอื่นมาโดยวิสาสะ แต่ที่ต้องการจะปกปิดคนตรงหน้าจริง ๆ น่ะ ก็ไอ้ความเขินที่คิดเป็นห่วงเป็นใยนี่แหละ
“ ก็ เอ่อ ใช่ !! จุนซูไม่ได้ให้เสื้อผ้าพี่มา แล้วพี่จะเอาอะไรใส่ละครับ ? “ เมื่อหาข้อแก้ตัวได้ ร่างเล็กเลยมองสำรวจตามคำที่ร่างสูงว่า ร่างกำยำสมส่วนอย่างคนใช้กำลังเผยออกมาผ่านกล้ามเนื้อที่ไร้การปกปิด พาเอาร่างกำยำเขินกับสายตาที่มองมาไปด้วย
“ มองอะไรนักหนาครับ ? “ เหมือนจะสุภาพนะ จุนซูค่อนคอดในใจ ก่อนจะสวนกลับไปจนยูชอนได้แต่หัวเราะเก้ออยู่คนเดียว
“ มองคนหน้าด้าน ! “ แต่กลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเฉกเช่นเสียงของปลาโลมาเวลาพ่นน้ำแทน
.
.
.
.
“ ยุนโฮ๊วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว ” เสียงหวีดแหลมสูงดังขึ้นมาจากภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ที่หน้าประตูถูกเขียนไว้ว่า ‘ คนไข้พิเศษ คิมแจจุง ’ เหล่าทีมแพทย์นางพยาบาลวิ่งกรูเข้าห้องที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่แจจุงรู้สึกตัว ชื่อเพียงชื่อเดียวที่ร่างบางจะเรียกออกมาจากริมฝีปากบางที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นม่วงคล้ำชวนน่าสงสาร ร่องรอยขัดขืนตามข้อมือข้อเท้าที่ถูกมัดชิดกับขอบเตียง ยิ่งทำให้ร่างบางคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเก่า ลำตัวบางโก่งขึ้นอย่างทรมานเมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่ตนกำลังได้รับ พลางขัดขืนจากการจับกุมของทีมแพทย์ที่พยายามฉีดยาระงับประสาทให้ แจจุงหยุดร้องโวยวาย พลางมองตามข้อแขนที่กำลังถูกเข็มเล็ก ๆ เจาะผ่านเนื้อหนังอย่างไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
..... ก็ชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันเจ็บยิ่งกว่าเยอะ .....
..... จบแล้ว .....
..... ทุกอย่างมันจบแล้วใช่ไหม .....
..... ไม่มีเขาคนนั้นอยู่เคียงข้างกันอีกแล้วใช่ไหม .....
..... ไม่มีคิมยุนโฮ ลูกของคิมแจจุงคนนี้อีกแล้วใช่ไหม .....
..... ทุกคนทิ้งกันไปหมด ไม่มีใครรักแจจุงจริง ๆ สักคน ไม่มีใครมีความจริงใจให้เลยสักนิด .....
..... เกลียด เกลียด เกลียด เกลียดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด .....
“ ฉัน – เกลียด – แก !! “ ไม่มีเสียงหวีดแหลมอย่างทุกครั้ง มีเพียงเสียงคำรามเบา ๆ ในลำคอ ที่จะฝังอยู่ในความทรงจำ และคอยตอกย้ำหัวใจของคิมแจจุงคนนี้ตลอดไป
.
.
.
ความรัก คือ สิ่งที่ผู้คนถวิลหา
ความอาฆาตแค้น คือ สิ่งที่ผู้คนเกรงกลัว
ความเฉยชา คือ สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีชีวิต
.
.
.
To Be Continue .....